🇹🇭 สร้างเพื่อเอเจนซี่อสังหาฯ ไทย CRM ที่เริ่มจาก LINE เว็บไซต์ SEO แบรนด์เอเจนซี่คุณ ลายเซ็น พรบ.ธุรกรรม 2544 ซิงค์ DDproperty + Hipflat ระบบค่าคอม AI โพสต์โซเชียล AI สร้างวิดีโอ Nisa AI แชตบอต นัด diagnostic ฟรี 20 นาที →
หน้าแรก · บทความ · ชาวต่างชาติซื้อคอนโดกรุงเทพ — คู่มือ quota 49%, เงินโอนต่างป…
Foreign buyers · Bangkok property

ชาวต่างชาติซื้อคอนโดกรุงเทพ — คู่มือ quota 49%, เงินโอนต่างประเทศ และขั้นตอนปิดดีล

ดีลต่างชาติไม่ได้ล้มเพราะลูกค้าไม่สนใจ แต่มักล้มเพราะ quota, เอกสารเงินโอน, timeline กรมที่ดิน และการสื่อสารหลายภาษาไม่ถูกจัดการตั้งแต่ต้น

เผยแพร่ 2 มิถุนายน 2569 · อ่าน 13 นาที · DevProp Editorial

TL;DR

ชาวต่างชาติซื้อคอนโดในกรุงเทพได้ถูกกฎหมายถ้าโครงการยังมี foreign freehold quota ไม่เกิน 49%, เงินซื้อถูกโอนเข้าประเทศไทยเป็นเงินตราต่างประเทศ และเอกสาร FET/credit advice ตรงกับชื่อผู้ซื้อ จุดที่เอเจนซี่ต้องคุมคือ eligibility ของตึก, timing ของเงินโอน, ภาษี-ค่าโอน และ checklist เอกสารก่อนวันกรมที่ดิน

กฎ 49% คือ bottleneck หลัก

พรบ.อาคารชุดกำหนดว่าสัดส่วนกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่ถือโดยชาวต่างชาติในอาคารหนึ่งต้องไม่เกิน 49% ของพื้นที่รวมทุกยูนิต ตัวเลขนี้ไม่ได้คงที่ตลอดไป เพราะเมื่อเจ้าของต่างชาติขายให้คนไทย quota จะกลับมา และเมื่อมีต่างชาติซื้อเพิ่ม quota จะลดลง

เอเจนซี่ที่ทำงานกับต่างชาติในสุขุมวิท, อโศก, พร้อมพงษ์, ทองหล่อ, พระโขนง, อารีย์ และริมแม่น้ำ ต้องรู้ quota วันนี้ ไม่ใช่ quota เดือนที่แล้ว CRM ควร flag ยูนิตที่เสี่ยงและบังคับให้ทีมเช็กนิติบุคคลก่อนรับจอง

เงินโอนต้องเล่าเรื่องเดียวกับเอกสาร

โดยทั่วไปเงินซื้อคอนโดสำหรับ foreign freehold ต้องโอนเข้าประเทศไทยเป็นเงินตราต่างประเทศและธนาคารออกเอกสาร FET หรือ credit advice ระบุชื่อผู้ซื้อ จำนวนเงิน และวัตถุประสงค์ให้สอดคล้องกับการซื้อห้องชุด ปัญหาเกิดเมื่อผู้ซื้อโอนหลายงวด หลายธนาคาร หรือให้ญาติโอนแทนแต่เอกสารไม่ตรงชื่อ

workflow ที่ดีควรบันทึกทุก transfer: วันที่, ธนาคาร, สกุลเงิน, จำนวน THB หลังแปลง, เลขที่เอกสาร และชื่อบนเอกสาร เพื่อให้วันโอนกรรมสิทธิ์ไม่ต้องไล่หา PDF ในอีเมล 40 ฉบับ

ค่าใช้จ่ายที่ต้องอธิบายก่อนรับจอง

รายการใครจ่ายหมายเหตุสำหรับเอเจนซี่
ค่าโอนตามสัญญา มักแบ่งผู้ซื้อ/ผู้ขายต้องระบุใน offer ตั้งแต่ต้น
ภาษีธุรกิจเฉพาะ / อากรแสตมป์มักเป็นฝั่งผู้ขายขึ้นกับระยะเวลาถือครองและสถานะผู้ขาย
withholding taxผู้ขายต้องมีเลขประเมินก่อนวันโอน
ค่านิติ/กองทุน/ค้างชำระตามการเจรจาต้องเช็กใบปลอดหนี้ล่วงหน้า

12 ขั้นตอนที่ CRM ควร track

  1. ยืนยัน passport, visa status และชื่อสะกดตรงกันทุกเอกสาร
  2. ตรวจ foreign quota กับนิติบุคคล
  3. บันทึก source of funds และแผนโอนเงิน
  4. ออก reservation agreement สองภาษา
  5. ติดตามเงินมัดจำและ receipt
  6. เก็บ FET/credit advice ทุกงวด
  7. ตรวจ due diligence: โฉนด, ใบปลอดหนี้, ภาระผูกพัน
  8. คำนวณค่าโอนและภาษีเบื้องต้น
  9. นัดกรมที่ดินพร้อม translator ถ้าจำเป็น
  10. เตรียม cashier cheque หรือ bank transfer ตาม requirement
  11. เก็บสำเนาเอกสารวันโอน
  12. อัปเดต ownership และ commission payout หลังปิดดีล

ทำไมเอเจนซี่ต้องมีระบบ ไม่ใช่ checklist ใน chat

ดีลต่างชาติในกรุงเทพมีหลายฝ่าย: ผู้ซื้อ, lawyer, seller, seller agent, bank, juristic office และกรมที่ดิน ถ้าสถานะอยู่ใน LINE group อย่างเดียว owner จะไม่เห็นว่า bottleneck อยู่ที่ quota, FET หรือเอกสารผู้ขาย DevProp ทำให้ foreign buyer deal มี timeline เดียวและเตือนก่อนจุดล้มเหลว

DevProp เริ่มต้นที่ ฿9,900 ต่อเดือน — ครอบคลุม foreign-buyer checklist, contract tracking, quota monitoring และ team pipeline โดยไม่มีค่า module แยก

ให้ DevProp ทำ foreign-buyer checklist ให้ทีมคุณ

เราจะดูดีลต่างชาติปัจจุบันของคุณและบอกว่าควร track quota, FET และเอกสารโอนแบบไหนเพื่อไม่ให้วันกรมที่ดินพัง

ขอ checklist →
ขอทดลองใช้งาน → นัด diagnostic ฟรี 20 นาที →