🇹🇭 สร้างเพื่อเอเจนซี่อสังหาฯ ไทย CRM ที่เริ่มจาก LINE เว็บไซต์ SEO แบรนด์เอเจนซี่คุณ ลายเซ็น พรบ.ธุรกรรม 2544 ซิงค์ DDproperty + Hipflat ระบบค่าคอม AI โพสต์โซเชียล AI สร้างวิดีโอ Nisa AI แชตบอต นัด diagnostic ฟรี 20 นาที →
หน้าแรก · บทความ · ระบบติดตามค่าคอมมิชชั่นอสังหาฯ ไทย — split rules, co-broker …
Operations · Commission

ระบบติดตามค่าคอมมิชชั่นอสังหาฯ ไทย — split rules, co-broker payout และ audit trail

คู่มือใช้งานจริงสำหรับเจ้าของเอเจนซี่ที่ต้องคุมค่าคอมมิชชั่นหลายฝ่าย โดยไม่ให้ Excel กลายเป็น bottleneck ของการเติบโต

เผยแพร่ 11 มิถุนายน 2569 · อ่าน 10 นาที · DevProp Editorial

TL;DR

ค่าคอมคือจุดที่เอเจนซี่ไทยเสียเวลาและเสียความสัมพันธ์มากที่สุด ที่ 5 เอเจนต์ Excel ยังพอไหว แต่เมื่อมี 20 เอเจนต์, co-broker, referral fee, manager override, VAT 7% และ withholding tax 3% การคำนวณด้วยมือจะกินเวลา 16-24 ชั่วโมงต่อเดือน และเปิดช่องให้ข้อพิพาทเกิดซ้ำ CRM ที่ดีต้องคำนวณ split, เก็บหลักฐาน และทำ audit trail ตั้งแต่วันที่รับ lead ไม่ใช่หลังวันโอน

4 โครงสร้างค่าคอมที่เจอบ่อยในไทย

1. Split 50/50 สำหรับ boutique agency

โครงสร้างเริ่มต้นของเอเจนซี่กรุงเทพจำนวนมากคือ agency 50% และ agent 50% เช่น คอนโดราคา 15 ล้านบาท ค่าคอม 3% = 450,000 บาท agent ได้ 225,000 บาท agency ได้ 225,000 บาท ก่อนคิด VAT, withholding tax, ค่า marketing และค่า admin

2. Tiered split ตาม GMV

เมื่อต้องรักษา top producer เอเจนซี่จะเพิ่ม split ตามยอดปิด เช่น 50/50 ที่ GMV ต่ำกว่า 50 ล้านบาท, 60/40 เมื่อเกิน 50 ล้านบาท, 70/30 เมื่อเกิน 150 ล้านบาท จุดที่พังคือ tier เปลี่ยนกลางปี แต่ spreadsheet ไม่ล็อก logic และไม่มีใครรู้ว่า deal ไหนใช้ rule ไหน

3. Desk fee + 100% commission

Senior agent บางคนยอมจ่าย desk fee 15,000-50,000 บาทต่อเดือนเพื่อเก็บค่าคอม 100% โครงสร้างนี้ต้องแยก revenue ของบริษัทออกจาก commission payout อย่างชัดเจน ไม่อย่างนั้นบัญชีจะปนยอด service fee กับยอด brokerage

4. Cap structure

Agent split 50/50 จน agency take ถึง cap เช่น 1.5-3 ล้านบาทต่อปี หลังจากนั้น agent ได้ 100% จนสิ้นปี ระบบต้อง reset วันที่ 1 มกราคมและแสดงยอด cap ที่เหลือแบบโปร่งใส

Co-broker และ referral คือจุดเสี่ยงจริง

ในดีลไทยหนึ่งดีลอาจมี listing agent, buyer agent, team lead, external referrer และ agency partner ถ้าข้อตกลงอยู่ใน LINE chat อย่างเดียว วันปิดดีลจะกลายเป็นการเถียงว่าใครแนะนำลูกค้าก่อน CRM ต้องเก็บ lead source, timestamp, assignment history, co-broker agreement และสถานะ payment ใน record เดียว

กรณีภูเก็ตและพัทยายิ่งหนัก เพราะ foreign buyer มักผ่าน referral chain หลายชั้น เช่น relocation consultant, lawyer, YouTube channel หรือ broker ต่างประเทศ ถ้าไม่มีระบบ referral fee chain เจ้าของจะจ่ายซ้ำหรือจ่ายผิดคน

ภาษีที่ต้องไม่คำนวณด้วยมือ

  1. VAT 7% ถ้า agency มีรายได้เกิน threshold จด VAT รายเดือน ต้องแยกยอด VAT จาก commission income
  2. Withholding tax 3% สำหรับค่าบริการ ต้องมีใบ ภงด.3 หรือเอกสารรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่าย
  3. Corporate income tax ต้อง reconcile รายได้ค่าคอม, payout, VAT และ withholding credit ให้ตรวจสอบย้อนหลังได้

Audit trail ที่เอเจนซี่ควรมี

เมื่อมีข้อพิพาท 6 เดือนหลังดีลปิด ระบบต้องตอบได้ 6 คำถาม: lead เข้ามาจากไหน, ใครรับ lead คนแรก, ใครนัด viewing, ใครเจรจาราคา, rule ค่าคอมที่ใช้คืออะไร และเงินถูกจ่ายเมื่อไหร่ ถ้าคำตอบอยู่คนละไฟล์ คุณไม่ได้มีระบบ คุณมีความเสี่ยง

ตรวจ commission split, co-broker และ withholding tax ใน 20 นาที

ส่งตัวอย่าง split rules, co-broker payout และ payout cycle เราจะส่ง checklist ความเสี่ยงค่าคอมที่ควรแก้ก่อนปิดรอบบัญชีถัดไป

ขอ commission audit 20 นาที →
ขอทดลองใช้งาน → นัด diagnostic ฟรี 20 นาที →